เครื่องคำนวณอัตราส่วนระหว่างเอวต่อสะโพก

เครื่องคำนวณอัตราส่วนเอวต่อสะโพก - ประเมินการกระจายไขมันในร่างกายและความเสี่ยงด้านสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดตามแนวทางของ WHO

อัตราส่วนเอวต่อสะโพกคืออะไร

อัตราส่วนเอวต่อสะโพก (WHR) เป็นการวัดง่ายๆ ที่เปรียบเทียบเส้นรอบวงเอวกับสะโพก ใช้เพื่อประเมินการกระจายไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะไม่ว่าคุณจะมีไขมันบริเวณหน้าท้อง (ทรงแอปเปิ้ล) หรือรอบสะโพกและต้นขา (ทรงลูกแพร์) มากขึ้นก็ตาม WHR เป็นตัวทำนายที่ชัดเจนต่อความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด

วิธีคำนวณ WHR

WHR = รอบเอว ÷ รอบสะโพก วัดเอวที่จุดที่แคบที่สุด (ปกติจะอยู่เหนือสะดือ) และวัดสะโพกที่จุดที่กว้างที่สุดบริเวณก้น อัตราส่วนเป็นจำนวนล้วน ไม่ใช้หน่วย เครื่องคิดเลขของเรารองรับการวัดทั้งแบบเมตริกและแบบอิมพีเรียล

WHO Risk Categories

สำหรับผู้ชาย: WHR ต่ำกว่า 0.90 = ความเสี่ยงต่ำ 0.90-0.99 = ความเสี่ยงปานกลาง 1.0+ = ความเสี่ยงสูง สำหรับผู้หญิง: WHR ต่ำกว่า 0.80 = ความเสี่ยงต่ำ 0.80-0.85 = ความเสี่ยงปานกลาง 0.85+ = ความเสี่ยงสูง เกณฑ์เหล่านี้อิงตามแนวทางขององค์การอนามัยโลกที่เชื่อมโยง WHR กับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคเมตาบอลิซึม

รูปร่างของแอปเปิ้ลเทียบกับรูปร่างลูกแพร์

รูปร่างของแอปเปิ้ล (WHR สูง): ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณหน้าท้องและอวัยวะ (ไขมันในอวัยวะภายใน) มีฤทธิ์ในการเผาผลาญและเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคเบาหวาน และมะเร็งบางชนิด รูปร่างลูกแพร์ (WHR ต่ำ): ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณสะโพกและต้นขาจะอยู่ใต้ผิวหนังและมีอันตรายต่อการเผาผลาญน้อยกว่า WHR เป็นตัวทำนายความเสี่ยงต่อสุขภาพได้ดีกว่าค่าดัชนีมวลกายเพียงอย่างเดียว

แผนภูมิอัตราส่วนเอวต่อสะโพก — ตัวเลขของคุณหมายถึงอะไร

ผู้หญิง: ต่ำกว่า 0.80 = ความเสี่ยงต่อสุขภาพต่ำ (รูปทรงลูกแพร์) 0.80-0.85 = ความเสี่ยงปานกลาง สูงกว่า 0.85 = มีความเสี่ยงสูง (รูปทรงแอปเปิ้ล) ผู้ชาย: ต่ำกว่า 0.90 = มีความเสี่ยงต่ำ 0.90-0.99 = ความเสี่ยงปานกลาง สูงกว่า 1.00 = มีความเสี่ยงสูง เกณฑ์ของ WHO เหล่านี้มีความสัมพันธ์อย่างมากกับโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวานประเภท 2 และความเสี่ยงกลุ่มอาการเมตาบอลิซึม

วิธีวัดเอวและสะโพกอย่างถูกต้อง

เอว: ค้นหาจุดที่แคบที่สุดของลำตัว ซึ่งปกติจะอยู่เหนือสะดือ หายใจออกอย่างเป็นธรรมชาติและวัดโดยไม่ต้องดูดเข้า สะโพก: หาจุดที่กว้างที่สุดรอบบั้นท้ายของคุณ เก็บเทปให้อยู่ในแนวนอนและกระชับ ทำการวัด 3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย วัดในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหารเพื่อความสม่ำเสมอ

อัตราส่วนเอวต่อสะโพกเทียบกับ BMI — ไหนดีกว่ากัน?

WHR เป็นตัวพยากรณ์ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้ดีกว่า BMI เพราะมันจับการกระจายของไขมัน — โดยเฉพาะไขมันในอวัยวะภายในที่เป็นอันตรายรอบอวัยวะ บุคคลอาจมีค่าดัชนีมวลกายปกติแต่ WHR สูง ("โรคอ้วนน้ำหนักปกติ") ซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพที่สูงขึ้น สำหรับการประเมินที่ครอบคลุม ให้ใช้เปอร์เซ็นต์ BMI, WHR และไขมันในร่างกายร่วมกัน

เคล็ดลับในการวัด

  • ใช้สายวัดแบบยืดหยุ่น ไม่ใช่แบบโลหะ
  • วัดเอวที่จุดที่แคบที่สุดหลังจากหายใจออก
  • วัดสะโพกที่จุดที่กว้างที่สุดรวมทั้งบั้นท้าย
  • ทำการวัด 2-3 ครั้งแล้วหาค่าเฉลี่ย
  • WHR เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติตามอายุ — เน้นที่แนวโน้มในช่วงต่างๆ เวลา